เขียนๆ อ่านๆ (SPOILER ALERT)

8:32am ยังไม่แน่ใจ ว่าควรจะเขียนบล็อกทุกวันไหม จะสะเปะสะปะไหม หรือว่าควรจะเขียนเก็บไว้ในเอเวอโน้ตดี หรือว่า ที่ผมบอกพี่ยอดตะกี้ ว่า สำคัญกว่าคือการได้เขียนออกมาก็ไม่แน่ใจ ช่วงนี้ กำลังวาดอะไรเหรอ ผมเพิ่งได้วาด เหมือนแฟนอาร์ต หลังจากที่ดู Skeleton Crew ไปเมื่อวานแหล่ะ อยากเห็นป่ะ ขอแชร์แล้วกันนะ แล้วก็กำลังทยอยวาดตัวเองกับเพื่อนๆที่กำลังจะไปเซี่ยงไฮ้กันปลายปีนี้ ผมมองว่ามันเป็นการพัฒนาการของตัวเองมากนะ แต่ก่อนตัวเองก็จะเขม่นคนอื่นว่า อะไรกัน ทำไมคนเราต้องยุ่งขนาดวางแผนล่วงหน้านานขนาดนั้น ตอนนี้เข้าใจแล้วแหล่ะ ว่าต่างคนต่างมีภาระหน้าที่แตกต่างกันจริงน่ะ โอเค อะไรอีก เรื่อง

การเขียน

ก็เขียนอะไรล่ะ ก็ต้องไม้หัวสิครับ ทุกวันนี้ สามวันแล้วที่เริ่มเขียนสิบนาที เพื่อเติมเรื่องราวที่จะให้เป็นเนื้อหาหลักของไม้หัว กับวรรณกรรม (ที่จริงๆ ผมส่งตั้นฉบ้นสิบตอนไปให้ทางสนพ.ที่เล็งไว้แล้วด้วยล่ะ) แต่ว่ายังรู้สึกว่า มันสามารถที่จะแน่นขึ้นได้อีก เลย กำลังทยอยเขียนเพิ่มสักห้าบทในช่วงแรก เป็นการเกริ่นแนะนำตั้งแต่ว่าพี่งอทคือใคร ไม้หัวคือใคร เค้ามาเจอกันได้ยังไง คอนโดต้นไม้คืออะไร มาจากไหนด้วยน่ะ ซึ่ง ล่าสุด เคาะกับพี่ยอดเมื่อวานกันว่า โพรเซสที่น่าจะดีน่าจะเป็น

  1. เขียนด้นสดออกมาก่อน ปล่อยตัวเองไหล ไม่คิด ฟรีไรต์น่นแหล่ะ

  2. การหยิบสิ่งที่อ่าน มา reread เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่อ่าน แบบว่า เน้นอ่านอ่ะนะ

  3. คือช่วงใหม่ ที่ยังไม่ได้ลองมากเลยน่ะ คือการ ปล่อยตัวเองคิดแล้วทีนี้ ให้ตัวเองจินตนาการ มองผนังว่างๆ มองกระดาษเปล่า แล้วก็ เชื่อมโยง คล้ายๆกับการวาดรูปนะ ใช่ๆ ช่วงนี้ ที่ผมเริ่มทำประมาณนี้ คือ มองกระดาษว่างๆ จินตนกาารให้เห็นภาพก่อน ว่าตัวละครเราจะกำลังกระโดดหรือเปล่าอะไรยังไง ก่อนที่จะลุยวาดลงไปเลยน่ะ

  4. อันนี้ผมคิดเพิ่มต่อเองคือการ ค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อโยงกับสิ่งที่เราจะอ่าน เนี่ยแหล่ะ เป็นการเติม สาระ ความจริง ข้อมูล ที่ทำให้เรื่องราวของเราสมจริง หนักแน่นขึ้น ลึกขึ้นนั่นเองครับ เช่น ตอนนี้อยากอ่านเรื่องพืชมากขึ้น เป็นต้น รวมถึง การอ่านวรรณกรรม งานเขียนอื่นๆที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราอยากเล่าเป็นไอเดียเพิ่มเติมด้วยนะ

การอ่าน

อ่านอะไร เยอะแยะ อย่างเมื่อวาน หยิบ บันทึกนกไขลานของมูราคามิมาอ่าน จริงๆ ลืมไปอีกลแ้วว่าตอัวเองอ่านแบบฉบับอังกฤษไปหน่อยแล้วนี่หว่า เอ๊ะ อันนั้นมันเล่ม Kafka on the Shore ไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ๆๆ อันนั้นอีกเรื่องมั้ง งงจริงๆ คืออ่านมรคม ไม่จบมาหลายที ก็หลอนแหล่ะ แต่ก็ ยังไม่ยอมแพ้ ไปต่อ ถือว่า อ่านไม่ต้งจบ แต่ว่าอ่านแล้วได้อะไร เอามาใช้งานกับเราต่อ นี่สิ คิดแบบนี้ จะได้อยากอ่าน แล้วสรุปอ่านแล้วได้อะไรล่ะ

ก็ได้เรื่องการบรรยาย สิ่งต่างๆนอกจากตัวละครล่ะมั้ง แบบว่า การเคลื่อนไวห กิจกรรมที่ทำ ตัวละครฟังเพลงอะไร กำลังทำอาหารอะไรอยู่ คุยโทรศัพท์กับใคร รวมไปถึง ข้อดีของการอ่านภาษาไทย ทำให้เราได้เก็บ คำศัพท์ที่เราคิดว่าน่าสนใจ มันมีนะ อะไร มีคำว่า รามือ เหรอนะ แล้วก็มีคำอะไรอีกล่ะ เออ word hunt แหล่ะ คราวนี้ น่าสนใจเหมือนกัน มีอีกที่อยู่ในบทนำอ่ะ จำไม่ได้และ แล้วก็อะไรอีกหว่า เอ่อ สรุปจำม่ไได้เลย แต่รู้ว่ามีแหล่ะ ก็ต้องอ่านอีก อ่านให้รู้ว่าเรายังไม่รู้อะไรอีกเยอะ แล้วก็ นั่นแหล่ะ มีเรื่องของการ อธิบายสถานที่ คำว่า ตรอก ต่างจาก ซอยซอย ยังไง อะไรแบบนั้น เป็นบริเวณถนน ที่อยู่บั้นท้ายของบ้านหลังต่างๆ (ใช่ เค้าใช้คำว่าบั้นท้ายบ้านนั่นแหล่ะ) อะไรอีกดี ประมาณนี้ก่อน

อ่านอะไรอีกล่ะ ก็อ่าน การเขียน ของ Anne Lamott แต่เช้าเป็นต้น ที่เค้าบอกว่า ให้โฟกัสที่ ตัวละครเป็นอย่างแรกน่ะใช่ โอเค แล้วก็ อยากอ่านเรื่องพืชพรรณ อยากอ่านอลิซ เยอะไปหมดเลย

แล้วเรามาพิมพ์ทุกอย่างไว้ตรงนี้ทำไม แตกต่างจากที่ morning journal ตอนเช้าของเรายังไง ก็ไม่ได้ส่วนตัวขนาดนั้นล่ะมั้ง บล็อกคงเป็นเหมือนสถานที่ให้ผมได้ เชื่อมโยง สิ่งที่สร้าง กับ สิ่งที่เสพ เข้าหากันล่ะมั้งครับ

แล้วก็หวังว่าคุณจะได้อ่านสิ่งที่ผมเขียนด้วยล่ะมั้งนะ

Previous
Previous

กระถินดำ

Next
Next

ดู quiet place day one จบ