*Spoiler Alert สำหรับนิยาย ‘ในสวนลับ’* จุดเริ่มจากรูมาตอยแกว่งไปแกว่งมา

9:25pm เขียนฟรีไรต์ไว้ประมาณนี้ครับ หลังจากอ่านวรรณกรรมคลาสสิค ‘ในสวนลับ’ หรือ ‘The Secret Garden’ เขียนโดย ฟรานเซส ฮอดจ์สัน เบอร์เน็ตต์ แปลโดย เนื่องน้อย ศรัทธา สำนักพิมพ์ แพรวเยาวชน บท 8 และ 9 ที่ในห้องน้ำ ตะกี้นี้

“8:19pm (spoiler alert สำหรับท่านที่อยากอ่าน 'ในสวนลับ' นะครับ) สนุกมาก สงบมาก ตื่นเต้นมาก มีความสุขมาก รูมาตอยชนิดแกว่งไปมาของผมคงเป็นเหตุ ให้ผมต้องหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน กับ ในสวนลับ ตั้งแต่เมื่อวาน ที่ผมปวดที่ใต้เท้าซ้ายมาก ปวดชนิดที่ว่า ผมก็อยากรู้ว่าถ้าคุณต้องเจอแบบผม คุณยังจะยอมไม่กินยาอารมณ์ arcoxia แบบผม เพราะว่ากลัวผลข้างเคียง แล้วอดทน เดินกะเผลกๆ เพื่อไปเปิดน้ำในอ่างน้ำ (น้ำร้อนนะ) แล้วก็ค่อยๆเอาตัว วาดเท้าไปตามองศา ในลักษณะที่ กระทบกระเทือนน้อยที่สุด ก่อนจะหย่อนตัวลงไป พร้อมกับใช้กล้ามเนื้อขาด้านขวา เต็มที่ เสมือนกำลังเล่นเวทเทรนนิ่งก็ไม่ปานเลยล่ะ เพื่อเอาบริเวณที่เจ็บจี๊ด จุ่มลงไปในน้ำ หวังว่าจะเป็นการบำบัดเบื้องต้น โดยวิธีธรรมชาติ ผมก็คงจะไม่ยอมรับหรอกครับ ว่ามันอาจจะกลายเป็นโรคประจำตัวผมไปแล้ว (ผมไม่อยากจะต้องไปนั่งกรอกอะไรให้วุ่นวาย เพิ่มความซีเรียสที่ไหนด้วย) นอกเสียจากโรคย้ำคิดย้ำทำ ที่ทำเอาผมต้องล้างมือ ล้างจาน นานกว่าคนปกติประมาณ 10 เท่าได้ (เห้อ เป็นกรรมเวรอะไร!) เอาว่า ผมก็จะอยู่กับโรคมันไปเนี่ยแหล่ะครับ และ โรคมันก็ทำให้ผมอยากไปหยิบเอาหนังสือมาอ่าน ก็แปลกนะ ตอนแรกก็เอาไอแพดมาเปิด ดู​ righteious gemstone season 4 ep 1 แต่ก็ไม่ไหวว่ะ ดาร์กไปไหนอ่ะ ไม่ชอบ ดูแล้วเครียด ก็เลยมาลงที่หนังสือ เห้ยชอบมากๆอ่ะ ไม่รู้ทำไมนะ อาจจะเพราะ หนังสือมีคำว่า 'สวน' มันฟังแค่นี้ ก็รู้สึกสบายใจแล้วอ่ะ นึกถึงบ้านบางใหญ่ ถึงสวน kensington ที่อังกฤษ ถึงสวนชั้นห้า ถึงต้นไม้ สีเขียว ความสงบ โลกส่วนตัว ถึงตอนไปอินโดเข้าไปในป่าเขากับเพื่อน เจอต้นไม้ใหญ่ยักษ์ ไหนจะไปถ่ายรูปกันบนท่อนไม้ขนาดใหญ่ จำได้มั้ยเพื่อน? นั่นแหล่ะ ผมก็หยิบหนังสือมาอ่าน วันนี้ก็ด้วย อ่านไปสองบท เลยอยากจะเอามาเขียนไว้ บันทึกเป็นฟรีไรต์หลังอ่านหนังสือ เก็บไว้เป็นความทรงจำที่มีค่า ได้ฝึกเขียนไปด้วยครับ มันน่าคิดนะ ทั้งๆที่ เพิ่งได้ Google Chromecast มาเมื่อวาน แต่ก็ยังไม่ต่อสักที มันทำไมอ่ะ มันอาจจะเป็นเหมือนตัวผมเองตั้งแต่ตอนวิศวะจุฬาแล้วล่ะ ที่จับพลัดจับผลู (ไม่ก็ เพราะไม่จับอะไรเลย) ลงเอยให้ตัวเองไปเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์เฉย แล้วก็จะมีสิ่งที่คอยสงสัยกับตัวเองว่า 'กูมองจอคอมนานๆไม่ได้เหรอวะ' คือยังไงอ่ะ เหมือนมัน 'ไวเกินไป' หรือเปล่านะ ลำพังแค่ความคิดตัวเองก็ไวปานลมกรดแล้วล่ะ หนังสือเค้าช่วย (ไม่ใช่มันนะ ผมรักหนังสือ เรียก เค้า เถอะนะ) เค้าช่วยให้ผมได้เอาใจมาอยู่ที่ตัวอักษรล่ะมั้ง ก็ไม่เข้าใจนะ ทำไมไปปฏิบัติธรรมที่หนึ่งเค้าเคยห้ามอ่านหนังสือด้วย ผมว่า เอ่อ ผมอ่านหนังสือ น่าจะลดความฟุ้งซ่านได้กว่าอีกอ่ะ ขอโทษนะครับ ที่อาจจะเห็นต่างไป นั่นแหล่ะ ผมอ่านไปสองบท บทละประมาณ 10 หน้า ขอคณิตศาสตร์หน่อยนะ เผื่อเอาไปออกแบบ จำนวนบทที่ตัวเองอยากเขียนวรรณกรรมไม้หัวบ้างไง กับหนังสือขนาดประมาณ ยังไงดี A6? between A6 and A5 perhaps นั่นแหล่ะ โอเคเลยล่ะ สนุกดี ชอบมาก ที่ว่าสงสัยคือ ทำไมมีโครมแคส แต่ยังไม่อยากดู​ Skeleton Crew อ่ะ มันเหนื่อย อืม มันไวไป มันตื่นเต้นลุ้นไป มันต้องการความเนิบช้า ความละเลียดละเมียด ความน้อยแต่มากอ่ะ ชีวิตที่มีล้นเหลือ หนังสือเล่มไหนอยากได้ก็แค่กดสั่งจนล้นห้อง แต่สุดท้ายก็ต้องจำยอมให้กับ ยี่สิบหน้า เท่านั้น เพื่อความสุข และความสงบ พูดแล้วก็ต้องเอาหนังสือออกบริจาค หรือขายไปอีกให้ได้ ไม่อยากตายไปกับหนังสือที่รู้สึกว่า ดองจนไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ โอเค ผมชักจะดุตัวเอง เหมือนกับมารีที่มาจากอินเดียเกินไปหน่อย ไม่เอาๆ ปล่อยฟรีบ้างดีกว่า เหมือนที่เธอได้เล่นเชือกกระโดดเป็นครั้งแรก มีในเรื่องจุดที่ประทับใจเหรอ ก็นอกจากสวนกุหลาบลึกลับที่เธอค้นเจอ ก็จะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับมาร์ธาเนี่ยแหล่ะ จะมีจุดนึงที่คิดว่า รู้สึกไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ ที่ว่าทำไมมาร์ธา ต้องให้แม่เค้าบอกด้วยว่า อย่าลืมมาเล่นกับคุณหนูบ้าง กลัวเธอเหงา แต่ก็นะ บางคนอาจจะโตมาไม่เคยเจอความเหงาก็เป็นได้สินะ เอาว่าจุดที่ชอบคือตอนที่ มาร์ธาเล่าให้ฟังว่า กลับบ้านไปเจอแม่ แล้วก็ดิคค่อน (น้องชายเธอมั้งนะ) กับน้องๆอีกเป็นสิบ แล้วก็เล่าเรื่องที่คุณหนูไปเจอมา ทั้งเหล่าคนรับใช้ผิวดำ หรือว่า เรือเดินทาง ก็ทำให้เด็กๆ ตื่นเต้นอยากฟังมาก ตรงนี้แหล่ะ ที่ทำให้ผมคิดว่า เออ จริงด้วยนะ สมัยก่อน ถ้าเค้าไม่มีทีวี ไม่มีอะไรดู การได้ฟังเรื่องเล่าจากปากมันคงทำให้ตื่นเต้นได้ไม่เบา ทำให้ตัวเองได้คิดว่า ใช่ ทำไมเราต้องอ่านหนังือ ทำไมเราต้องเล่าผ่านหนังสือ หนังสือ มันทำหน้าที่เล่าเรื่องที่แตกต่างจากการดูวิดิโอสมัยนี้ยังไง ที่ ทุก คน เหมือน ตก เป็น ทาส ของ วิดิโอ ไปแล้ว! ด้วยซ้ำเนี่ยนะ นึกถึงตัวเองตอนเด็กด้วย ที่เดินตามเพื่อนสุดเก่งของผม ต้อยๆๆๆ คอยถามเรื่องโน้น เรื่องนี้ รอฟังเรื่องเล่า ไม่จากจาก มารีถามมาร์ธาเลยล่ะ ถ้าให้นึกถึงบ้านไม้หัว ก็คงเหมือน เวลาชายกลาง กับสมสวยอยู่ด้วยกันล่ะมั้งนะ ไม่ก็ เหมือนกับ เพื่อนๆไม้หัว เวลาไปเจอสองคนที่ที่หอสมุดชายกลางก็เป็นได้ (เพราะทั้งคู่ก็ต่างเป็นหนอนหนังสือกันอยู่แล้ว) โอเคประมาณนี้ก่อน จะวาดอะไรเล็กๆน้อยๆประกอบบล็อกหน่อยดีมั้ยนะ 8:33pm”

แล้วก็นี่ครับ ภาพวาดประกอบ ฝึกพลังจินตนาการ วะะะะะะ ฮ่าาาาาาาาาาาาา (รักนะ มารี และ มาร์ธา)

Previous
Previous

วรรณกรรมไม้หัว สำคัญสุด วันที่ 1: Book Outline by Ash

Next
Next

*Spoiler Alert จากหนัง Nightbitch* เมื่อหญิงเล็กต้องกลายเป็นบิทช์ บ้าง